ผ้าไหมอิตาลี (Italian Silk) คือผ้าที่ทอจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ 100% หรือผสมเส้นใยอื่นเล็กน้อย ให้ผิวมันลื่นและทิ้งตัวสวยคล้ายไหมแท้ ไม่ใช่ผ้าไหมจริงจากประเทศอิตาลี เป็นชื่อทางการตลาดในไทยที่ใช้เรียกผ้าโพลีเอสเตอร์เกรดเลียนแบบไหมที่นำเข้าหรือผลิตในประเทศ จุดเด่นคือผิวเงาวาว นุ่มลื่น น้ำหนักเบา ยับยาก พิมพ์ลายได้สดใส และหน้ากว้างถึง 60 นิ้ว ในตลาดเสื้อผ้าไทย ผ้าไหมอิตาลีเป็นวัสดุยอดนิยมในเสื้อฮาวาย เสื้อเชิ้ตลายดอก ชุดเดรส ชุดไปทะเล ชุดไทยทดแทนไหมแท้ ชุดนอน และผ้าพันคอแฟชั่น บทความนี้ได้รวมข้อมูลที่ควรรู้ของ Italian Silk เช่น ประเภท ความต่างกับไหมไทยและไหมญี่ปุ่น พร้อมการเลือกใช้กับเสื้อผ้าให้เหมาะสม

ที่มาของชื่อ “ผ้าไหมอิตาลี”
ที่มาของชื่อ “ผ้าไหมอิตาลี” เกิดจากการนำเข้าผ้าจากต่างประเทศในยุคที่อิตาลีและประเทศในยุโรปเป็นผู้ผลิตผ้าเลียนแบบไหมที่มีคุณภาพ ทำให้คำว่า “ไหมอิตาลี” ติดตลาดในไทยและใช้เรียกผ้าโพลีเอสเตอร์เกรดเลียนแบบไหมแม้ในปัจจุบันที่ผ้าส่วนใหญ่ผลิตในจีน เกาหลี และไทยเอง
ในตลาดผ้าไทย ผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ทอเลียนแบบไหมจะมีชื่อเรียกตามชื่อประเทศที่เคยเป็นแหล่งผลิตหลัก ทั้ง “ไหมอิตาลี” “ไหมสเปน” “ไหมปากี” “ไหมญี่ปุ่น” และ “ไหมอินเดีย” ซึ่งทุกชื่อหมายถึงผ้าโพลีเอสเตอร์ที่มีคุณสมบัติและลักษณะต่างกันเล็กน้อย ไม่ใช่ไหมแท้จากประเทศนั้น ๆ
ผ้าไหมอิตาลีทำมาจากอะไร และผลิตอย่างไร
ผ้าไหมอิตาลีส่วนใหญ่ทอจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ 100% ซึ่งเป็นเส้นใยสังเคราะห์จากปิโตรเลียม บางรุ่นในตลาดผสมเส้นใยอื่นเล็กน้อยเพื่อปรับคุณสมบัติ เช่น ผสมเรยอนเพื่อให้นุ่มขึ้น หรือผสมสแปนเด็กซ์เพื่อให้ยืดได้ ผ่านกระบวนการพิเศษให้ผิวมันลื่นเหมือนไหมแท้ ความสามารถในการเลียนแบบไหมนี้มาจากการใช้เส้นใย Filament Yarn ที่ยาวต่อเนื่อง ทอด้วยเทคนิคที่ทำให้ผิวด้านหน้าเรียบและสะท้อนแสง
กระบวนการผลิตเริ่มจากการนำเม็ดพลาสติกโพลีเอสเตอร์ (PET) มาหลอมและฉีดผ่านหัวฉีดเป็นเส้นใยยาว เส้นใยที่ได้จะถูกรีดและยืดให้บางและเรียบลื่น จากนั้นนำไปทอเป็นผืนผ้าด้วยเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ผลิตได้รวดเร็วและจำนวนมาก
ลายทอที่นิยมใช้กับผ้าไหมอิตาลีคือ Satin Weave หรือ Twill Weave ที่สร้างผิวมันเงาด้านเดียวคล้ายไหมแท้ น้ำหนักผ้าทั่วไปอยู่ที่ 80-150 GSM (กรัมต่อตารางเมตร) ทำให้น้ำหนักเบาและทิ้งตัวสวย
หลังการทอ ผ้าจะผ่านกระบวนการย้อมสีและพิมพ์ลาย ใช้สีย้อมดิสเพอร์ส (Disperse Dye) ที่เป็นสีย้อมเฉพาะสำหรับเส้นใยโพลีเอสเตอร์ การพิมพ์ลายใช้เทคนิค Sublimation Print ที่ความร้อนสูง ทำให้สีและลายซึมเข้าเส้นใยจริง ๆ ไม่หลุดง่ายและสีสันสดใส เหมาะกับลายดอก ลายฮาวาย ลายเรขาคณิต และลายแฟชั่นที่ซับซ้อน
คุณสมบัติเด่นของผ้าไหมอิตาลี
ผ้าไหมอิตาลีเป็นวัสดุยอดนิยมในตลาดเสื้อผ้าไทยเพราะมีคุณสมบัติเด่นหลายอย่างที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค
เนื้อผ้านุ่ม เรียบลื่น และทิ้งตัวสวย
ผิวสัมผัสด้านหน้ามันเงาและลื่นมือ ด้านหลังด้าน เมื่อตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าจะทิ้งตัวเป็นเส้นโค้งสวยคล้ายไหมแท้ ให้ลุคหรูหราในระยะปานกลาง ไม่หยาบกระด้าง สวมใส่สบาย ไม่ระคายเคืองผิว
ยับยาก ดูแลรักษาง่าย
เป็นจุดเด่นที่ทำให้ไหมอิตาลีต่างจากไหมแท้อย่างชัดเจน เพราะโพลีเอสเตอร์มีคุณสมบัติคืนตัวเร็ว ยับน้อย และเก็บรอยยับไม่ลึก ซักเครื่องหรือซักมือได้ ทนทาน แห้งไว ไม่ต้องรีดบ่อย เหมาะกับชุดเดินทาง ชุดเที่ยวต่างประเทศ และเสื้อผ้าที่ไม่อยากรีดบ่อย
ระบายอากาศได้
เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นในประเทศไทย แม้ไม่เท่าไหมแท้และคอตตอน แต่เพียงพอสำหรับการสวมใส่ในห้องแอร์ ในงานออกแบบทรงที่หลวมและไม่รัดตัว ผ้าไหมอิตาลีให้ความรู้สึกสบายในการใส่ระยะกลาง
พิมพ์ลายและย้อมสีได้สดใส
เส้นใยโพลีเอสเตอร์รับสีย้อมดิสเพอร์สและการพิมพ์แบบ Sublimation ได้ดี สีไม่ตก ไม่ซีดเร็ว และให้สีสันที่สดใส คมชัด เหมาะกับลายดอก ลายฮาวาย ลายกราฟิก และลายแฟชั่นทุกแบบ
น้ำหนักเบาและหน้ากว้าง
มาตรฐาน 60 นิ้ว ทำให้ใส่สบายและประหยัดผ้าในการตัดเย็บเพราะหน้ากว้างใหญ่ ไม่ต้องต่อผ้าบ่อย
ทนการซักและการใช้งานยาวนาน
เส้นใยโพลีเอสเตอร์ทนการซักได้หลายร้อยครั้งโดยไม่เสียทรง ไม่หด สีไม่ตก
ข้อจำกัดของผ้าไหมอิตาลีที่ต้องระวัง ได้แก่ ไม่ดูดซับเหงื่อเท่าไหมแท้และคอตตอน ทำให้เหงื่อสะสมบนผิวเสื้อ ไม่เหมาะกับการออกแรงหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่เหงื่อออกมาก ติดไฟง่ายและละลายเมื่อโดนความร้อนสูง การรีดต้องใช้อุณหภูมิต่ำ และไม่ย่อยสลายตามธรรมชาติ เพราะเป็นพลาสติก ใช้เวลานับร้อยปีในการย่อยสลาย
ประเภทของผ้าไหมอิตาลีที่พบในตลาดไทย
ผ้าไหมอิตาลีในตลาดไทยแบ่งตามวิธีตกแต่งและคุณภาพได้หลายประเภท แต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานต่างกัน
ผ้าไหมอิตาลีสีพื้น (Plain Italian Silk)
ผ้าไหมอิตาลีที่ย้อมสีเดียวทั้งผืน ไม่มีลวดลาย ผิวเงาวาวและทิ้งตัวสวย เหมาะกับการตัดชุดทำงาน เสื้อเชิ้ตคอปก ชุดไทย และชุดราตรีที่ต้องการความเรียบหรู มีให้เลือกหลายสี ทั้งสีพื้นฐาน (ขาว ดำ น้ำเงิน แดง) และสีตามเทรนด์แฟชั่นแต่ละปี
ผ้าไหมอิตาลีย้อมสี (Dyed Italian Silk)
ผ้าที่ผ่านการย้อมสีพิเศษหรือสีตามคำสั่งซื้อ มีให้เลือกประมาณ 10-15 เฉดสีพิเศษที่ไม่ใช่สีพื้นฐาน เช่น สีพาสเทล สีเอิร์ธโทน หรือสีโทนคลาสสิก เหมาะกับชุดออกงานที่ต้องการสีเฉพาะ
ผ้าไหมอิตาลีพิมพ์ลาย (Printed Italian Silk)
เป็นประเภทยอดนิยมในตลาดเสื้อฮาวายและเสื้อแฟชั่น ใช้เทคนิค Sublimation Print ทำให้ลายคมชัดและสีไม่ตก ลายที่นิยม ได้แก่ ลายดอกไม้ ลายฮาวาย ลายเรขาคณิต ลายธรรมชาติ และลายแฟชั่นตามเทรนด์

ผ้าไหมอิตาลี vs ผ้าไหมไทย ความต่างที่ต้องรู้ก่อนเลือก
ผ้าไหมอิตาลีและผ้าไหมไทยเป็นวัสดุที่ผู้บริโภคมักเปรียบเทียบ เพราะใช้ตัดเสื้อผ้าประเภทเดียวกัน โดยเฉพาะชุดไทยและชุดออกงาน
| เนื้อผ้า | ไหมอิตาลี | ไหมไทย |
| ชนิดเส้นใย | โพลีเอสเตอร์ 100% (สังเคราะห์) | ไหมแท้จากตัวไหม (ธรรมชาติ) |
| ที่มา | ผลิตในจีน เกาหลี ไทย | ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในไทย |
| ผิวสัมผัส | เงาวาว ลื่น | เงานุ่ม ลื่นกว่าและเย็น |
| ระบายอากาศ | ปานกลาง | สูงมาก |
| ดูดซับเหงื่อ | ไม่ดูด | ดูดซับดีมาก |
| ยับ | ยับยาก ไม่ต้องรีดบ่อย | ยับง่ายและรอยลึก |
| การดูแล | ซักเครื่องได้ | ซักมือหรือ Dry Clean |
| เสื้อผ้า | ชุดไพรเวท เสื้อฮาวาย ชุดเดินทาง | ชุดไทยแท้ ชุดงานพิเศษ |
ไหมไทยเป็นเส้นใยธรรมชาติ จากตัวไหมที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในประเทศไทย เส้นใยมีโครงสร้างพิเศษที่ทำให้เย็นสบาย ระบายอากาศได้ดี และดูดซับเหงื่อสูง เหมาะกับอากาศร้อนชื้น ส่วนไหมอิตาลีเป็นโพลีเอสเตอร์ผลิตด้วยเครื่องจักรอุตสาหกรรม แต่คุณสมบัติการระบายอากาศและดูดซับเหงื่อด้อยกว่า
ผ้าไหมอิตาลี vs ผ้าไหมญี่ปุ่น และผ้าไหมอื่นๆ
นอกจากไหมไทย ผ้าไหมอิตาลียังถูกเปรียบเทียบกับผ้าไหมเทียมประเทศอื่น ๆ ที่ขายในไทย ที่นิยมเทียบกันมาก ๆ คือผ้าไหมญี่ปุ่น
ผ้าไหมญี่ปุ่น (Japanese Silk)
ผ้าไหมญี่ปุ่นในตลาดไทยส่วนใหญ่หมายถึงผ้าโพลีเอสเตอร์เกรดพรีเมียมที่นำเข้าจากญี่ปุ่นหรือทอเลียนแบบสไตล์ญี่ปุ่น เนื้อนุ่มกว่าไหมอิตาลีอย่างเห็นได้ชัด ผิวสัมผัสนุ่มลื่นและทิ้งตัวพลิ้วกว่า ลายพิมพ์ละเอียดและคมกว่า โดยเฉพาะลายดอกซากุระ ลายญี่ปุ่นโบราณ และลายกราฟิกสไตล์มินิมอล สีสันที่นิยมคือสีพาสเทล สีเอิร์ธโทน และสีโทนสุภาพ
ความต่างจากไหมอิตาลีคือ ไหมญี่ปุ่นเน้นลุคสุภาพและคลาสสิก เหมาะกับชุดทำงาน ชุดออกงาน และเสื้อเชิ้ตคุณภาพสูง ส่วนไหมอิตาลีเน้นลุคแฟชั่นและสีสันสด เหมาะกับเสื้อฮาวาย ชุดไปทะเล และเสื้อผ้าลำลอง
ผ้าไหมสเปน (Spanish Silk)
เป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ผสมเส้นใยอื่นเล็กน้อย เนื้อโปร่งและเบากว่าไหมอิตาลี ผิวเงาน้อยกว่า เหมาะกับชุดเดรสและเสื้อบลาวส์แฟชั่น
ผ้าไหมปากี (Pakistani Silk)
เป็นไหมเทียมที่ผลิตในปากีสถาน เนื้อหนากว่าไหมอิตาลี ผิวเงาวาว ลายพิมพ์ละเอียด นิยมในชุดสไตล์อินเดียและตะวันออกกลาง
ผ้าไหมอินเดีย (Indian Silk)
ส่วนใหญ่ในตลาดไทยเป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ทอเลียนแบบไหมจากอินเดีย ลายพิมพ์เน้นลายเปอร์เซีย ลายดอกอินเดีย เหมาะกับชุดส่าหรีและชุดสไตล์อินเดีย
ผ้าไหมอิตาลีใช้ตัดเย็บเสื้อผ้าประเภทไหน
ผ้าไหมอิตาลีเป็นวัสดุยอดนิยมในเสื้อผ้าหลายประเภท ทั้งชุดลำลอง ชุดทำงาน และชุดงานพิเศษ
เสื้อฮาวายและเสื้อเชิ้ตลายดอก
เป็นการใช้งานที่นิยมที่สุดของผ้าไหมอิตาลีในตลาดไทย เพราะพิมพ์ลายดอกได้สดใส น้ำหนักเบา ทิ้งตัวสวย และยับยาก เหมาะกับชุดไปทะเล ชุดวันหยุด และเสื้อแฟชั่นสตรีทแวร์
เสื้อเชิ้ตทำงานและเสื้อคอปก
ผ้าไหมอิตาลีสีพื้นเหมาะกับเสื้อเชิ้ตทำงานที่ต้องการดูพรีเมียมแต่ดูแลง่าย ใส่แล้วไม่ยับเหมือนผ้าฝ้าย ไม่ต้องรีดบ่อย เหมาะกับพนักงานที่ใส่ทำงานทุกวันหรือออกประชุมงานนอกสถานที่
ชุดเดรสและกระโปรงพลิ้วไหว
ชุดเดรสจากผ้าไหมอิตาลีเป็นที่นิยมเพราะทิ้งตัวสวยเป็นเส้นโค้ง ใส่แล้วดูหรูหรา เหมาะกับงานเลี้ยง ชุดออกงาน และชุดเดินทาง กระโปรง Midi และ Maxi ที่ตัดจากผ้าไหมอิตาลีให้ลุคพลิ้วและสวมใส่สบาย
ชุดไทย
ผ้าไหมอิตาลีเป็นทางเลือกของผู้ที่ต้องการชุดไทยในราคาประหยัด แม้จะไม่ใช่ไหมแท้แต่ลุคและการทิ้งตัวใกล้เคียง เหมาะกับชุดไทยที่ใส่ในงานบ่อย ๆ หรือชุดสำหรับเด็กที่โตเร็วและไม่อยากลงทุนสูง
ชุดออกงานและชุดราตรี
ผ้าไหมอิตาลีเกรด A ใช้ตัดชุดราตรีและชุดออกงานในราคาที่เข้าถึงได้ ทิ้งตัวสวยและพิมพ์ลายได้หลากหลาย เหมาะกับงานเลี้ยงที่ไม่ต้องการลงทุนเท่าชุดไหมแท้
ชุดนอนและชุดลำลอง
ผ้าไหมอิตาลีนุ่ม ลื่น น้ำหนักเบา จึงเหมาะกับชุดนอน 2 ชิ้น เดรสนอน และชุดอยู่บ้านที่ต้องการความรู้สึกสบายและพรีเมียม
ผ้าพันคอแฟชั่นและสไบ
ผ้าไหมอิตาลีพิมพ์ลายเป็นวัสดุยอดนิยมในผ้าพันคอแฟชั่น สไบ และผ้าคลุมไหล่ เพราะลายสดใส น้ำหนักเบา และดูหรูในระดับปานกลาง ราคาเข้าถึงได้สำหรับการซื้อหลายผืน
กางเกงผ้าและชุดเซ็ตทูทอน
กางเกงขายาวจากผ้าไหมอิตาลีพิมพ์ลายเป็นเทรนด์ในแฟชั่นช่วงหลัง ใส่กับเสื้อฮาวายเป็นเซ็ตทูทอน ลุคพักผ่อนสไตล์ Resort เหมาะกับชุดไปทะเลและชุดเที่ยวต่างประเทศ

วิธีดูแลเสื้อผ้าไหมอิตาลี ซัก รีด และเก็บรักษา
การดูแลเสื้อผ้าไหมอิตาลีง่ายกว่าไหมแท้มาก เพราะเป็นโพลีเอสเตอร์ที่ทนการซักและไม่หด
ผ้าไหมอิตาลีซักเครื่องได้ในโหมดถนอมผ้า ใส่ในถุงตาข่ายเพื่อป้องกันการเกี่ยวกับเสื้อผ้าอื่น ใช้น้ำเย็น (ไม่เกิน 30°C) และน้ำยาซักผ้าอ่อน ๆ ไม่ใช้น้ำยาฟอกขาวเพราะจะทำลายสีและลายพิมพ์ การปั่นแห้งให้เลือกความเร็วต่ำเพื่อป้องกันการเสียทรง สำหรับผ้าพิมพ์ลายและสีเข้ม การซักครั้งแรกควรซักแยกจากเสื้อผ้าสีอ่อน เพราะอาจมีสีตกเล็กน้อยในรอบแรก หลังจากนั้นสีจะเสถียร
การซักมือใช้น้ำเย็นและน้ำยาซักผ้าอ่อน กดเบา ๆ ไม่ขยี้แรงเพราะอาจทำให้ผ้าเสียทรง ไม่บิดเพราะรอยบิดอาจเป็นรอยถาวร ใช้ผ้าขนหนูซับน้ำออกแล้วแขวนตาก ควรหลีกเลี่ยงสารฟอกขาว สารเคมีรุนแรง และน้ำร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำลายสี ลายพิมพ์ และอาจทำให้ผ้าเสียทรง ไม่ใส่เครื่องอบแห้งร้อนสูงเพราะความร้อนอาจทำให้ผ้าหดและสีซีด
การตากให้แขวนในที่ร่มลมโกรก ไม่ตากแดดจัดเป็นเวลานานเพราะแสงยูวีอาจทำให้สีซีดเร็ว โดยเฉพาะผ้าพิมพ์ลายสีสด การรีดผ้าไหมอิตาลีต้องระวังเพราะโพลีเอสเตอร์ละลายเมื่อโดนความร้อนสูง ใช้เตารีดอุณหภูมิต่ำ-ปานกลาง (110-140°C) รีดด้านในของเสื้อเพื่อป้องกันผิวเงาเสียและลายพิมพ์เลือน วางผ้าฝ้ายแผ่นบางคั่นระหว่างเตารีดกับผ้าจะปลอดภัยกว่า หรือใช้เครื่องอบไอน้ำ (Steamer) แขวนเสื้อและพ่นไอน้ำให้รอยยับคลายเอง ปลอดภัยที่สุดและไม่เสี่ยงทำลายผ้า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ้าไหมอิตาลี
เนื้อผ้าไหมอิตาลีเป็นแบบไหน
เนื้อผ้านุ่ม เรียบลื่น ผิวเงาวาวด้านหน้าและด้านหลังด้าน ทิ้งตัวสวยพลิ้วไหวคล้ายไหมแท้ น้ำหนักเบา 80-150 GSM ไม่หยาบกระด้าง สวมใส่สบาย ไม่ระคายเคืองผิว เป็นผ้าทอจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผ่านกระบวนการพิเศษให้ผิวมันลื่น
ผ้าไหมอิตาลีมีเนื้อผ้าอะไรบ้า
ในตลาดแบ่งตามวิธีตกแต่งได้ 3 แบบ ได้แก่ ผ้าไหมอิตาลีสีพื้น (Plain) ผ้าย้อมสีพิเศษ (Dyed) และผ้าพิมพ์ลาย (Printed) ที่นิยมในเสื้อฮาวาย แบ่งตามคุณภาพการทอเป็นเกรด A (พรีเมียม ทอแน่น) เกรด B (มาตรฐาน) และเกรด C (ประหยัด) ทุกแบบทอจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์
ข้อดีของผ้าไหมอิตาลีคืออะไร
ทิ้งตัวและพลิ้วไหวสวยงาม นำไปตัดชุดเดรส เสื้อเชิ้ต หรือกางเกงขาบานได้ทรงดูสวย ดูแลรักษาง่าย ไม่ค่อยยับ ซักเครื่องหรือซักมือได้ ทนทาน แห้งไว ไม่ต้องรีดบ่อย ระบายอากาศได้ปานกลาง
ผ้าไหมอิตาลียับง่ายไหม
ยับยาก เป็นจุดเด่นหนึ่งของผ้าไหมอิตาลี เพราะเส้นใยโพลีเอสเตอร์มีคุณสมบัติคืนตัวเร็ว ยับน้อย เก็บรอยยับไม่ลึก ในการใช้งานทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องรีดเลย แค่แขวนไว้สักพักรอยยับจะคลายเอง เหมาะกับชุดเดินทาง ชุดเที่ยวต่างประเทศ และเสื้อผ้าที่ไม่อยากรีดบ่อย
ผ้าไหมอิตาลี ใส่แล้วร้อนไหม
ระบายอากาศได้ในระดับหนึ่ง ไม่ร้อนมากเมื่อใส่ในห้องแอร์และอากาศปานกลาง เส้นใยโพลีเอสเตอร์ไม่ดูดซับเหงื่อ
ผ้าไหมอิตาลีกับผ้าไหมญี่ปุ่น ต่างกันอย่างไร
ผ้าไหมญี่ปุ่นในตลาดไทยส่วนใหญ่เป็นผ้าโพลีเอสเตอร์เกรดพรีเมียม เนื้อนุ่มกว่าไหมอิตาลี ผิวสัมผัสลื่นและทิ้งตัวพลิ้วกว่า ลายพิมพ์ละเอียดและคมกว่า ไหมญี่ปุ่นเหมาะกับชุดทำงานและชุดสุภาพ ส่วนไหมอิตาลีเน้นลุคแฟชั่นและสีสันสด เหมาะกับเสื้อฮาวายและชุดลำลอง
ผ้าไหมอิตาลีกับผ้าไหมไทย ต่างกันอย่างไร
ไหมไทยเป็นเส้นใยธรรมชาติจากตัวไหม ระบายอากาศและดูดซับเหงื่อได้ดีมาก หน้ากว้าง 38-40 นิ้ว ต้องซักมือหรือ Dry Clean ส่วนไหมอิตาลีเป็นโพลีเอสเตอร์สังเคราะห์ ระบายอากาศปานกลาง ไม่ดูดซับเหงื่อ หน้ากว้าง 60 นิ้ว ซักเครื่องได้และยับยาก
ผ้าไหมอิตาลีซักได้ไหม รีดได้ไหม
ซักเครื่องได้ในโหมดถนอมผ้า ใส่ในถุงตาข่าย ใช้น้ำเย็นไม่เกิน 30°C น้ำยาซักผ้าอ่อน ไม่ใช้น้ำยาฟอกขาว การรีดต้องระวังเพราะโพลีเอสเตอร์ละลายเมื่อโดนความร้อนสูง ใช้อุณหภูมิต่ำ-ปานกลาง 110-140°C รีดด้านในของเสื้อ หรือใช้เครื่องอบไอน้ำพ่นรอยยับให้คลายเองจะปลอดภัยที่สุด
บทความที่เกี่ยวข้อง
Sustainable Fabric คืออะไร รวม 13 ผ้ายั่งยืนสำหรับแบรนด์เสื้อผ้า
Sustainable Fabric คือผ้าที่ผลิตด้วยกระบวนการคำนึงถึงผลกระทบ 3 ด้าน คือสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ตลอดวงจรชีวิตของผ้า
รู้จักกับผ้า Eco Friendly 12 ชนิด สำหรับแบรนด์เสื้อผ้า
ผ้า Eco Friendly คือผ้าที่ผลิตด้วยกระบวนการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การปลูกหรือผลิตวัตถุดิบ การทอ การย
ผ้ามัสลิน (Muslin) คืออะไร เนื้อผ้ามีคุณสมบัติตัดชุดแบบไหน
ผ้ามัสลิน (Muslin) คือผ้าฝ้ายเนื้อบางที่ทอแบบ Plain Weave ด้วยเส้นด้ายฝ้ายละเอียด ทำให้ผ้ามีลักษณะบางเบา โปร่ง พลิ้วไหว