ผ้าชีฟอง (Chiffon) คือผ้าโปร่งบางที่ทอด้วยเทคนิคพิเศษโดยใช้เส้นด้ายบิดเกลียวสลับทิศ (S-Twist และ Z-Twist) ทำให้พื้นผิวมีลักษณะคล้ายตาข่ายเล็ก ๆ น้ำหนักเบามาก พลิ้วไหว และโปร่งแสง เป็นลายทอ ไม่ใช่ชนิดเส้นใย จึงสามารถทอจากเส้นใยได้หลายชนิด ทั้งไหม โพลีเอสเตอร์ เรยอน ไนลอน และฝ้าย จุดเด่นคือทิ้งตัวสวย เคลื่อนไหวพลิ้วเมื่อสวมใส่ ให้ลุคหรูหราและสง่างาม ในตลาดเสื้อผ้าไทย ผ้าชีฟองเป็นวัสดุยอดนิยมในชุดราตรี ชุดเจ้าสาว เดรสพลิ้วไหว เสื้อเชิ้ตแฟชั่น กระโปรง ผ้าพันคอ และชุดไทย บทความนี้ได้รวมความรู้เกี่ยวกับผ้า Chiffon ประเภทของเนื้อผ้า ความต่างกับผ้าโปร่งบางชนิดอื่น การเลือกใช้กับเสื้อผ้า และวิธีเก็บดูแลรักษา

ที่มาและประวัติของผ้าชีฟอง
คำว่า Chiffon มาจากภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “ผ้าหรือชิ้นผ้าบาง ๆ” ซึ่งเดิมใช้เรียกผ้าทุกชนิดที่บางเบาและพลิ้วไหว ก่อนจะกลายมาเป็นชื่อเฉพาะของผ้าโปร่งบางที่ทอด้วยเทคนิคพิเศษ
ผ้าชีฟองยุคแรกในศตวรรษที่ 19 ทำจากไหม 100% และเป็นผ้าของชนชั้นสูงในยุโรปและฝรั่งเศส มีราคาสูงและหายาก ใช้ตัดเย็บชุดของขุนนางและเชื้อพระวงศ์ จุดเปลี่ยนสำคัญของผ้าชีฟองเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 เมื่อมีการพัฒนาเส้นใยสังเคราะห์ ในปี 1938 เกิดผ้าไนลอนชีฟอง (Nylon Chiffon) ที่ทนกว่าและราคาถูกกว่าไหม ต่อมาในปี 1958 มีการคิดค้นผ้าโพลีเอสเตอร์ชีฟอง (Polyester Chiffon) ที่ทำให้ราคาเข้าถึงผู้บริโภคทั่วไปได้ และกลายเป็นชีฟองที่นิยมที่สุดในตลาดปัจจุบัน
ในวงการแฟชั่นไทย ผ้าชีฟองเป็นวัสดุของชุดราตรี ชุดเจ้าสาว และเดรสแฟชั่นมาตั้งแต่ยุค 1970s จนถึงปัจจุบัน
ผ้าชีฟองทำมาจากอะไร
Silk Chiffon (ชีฟองไหม)
ชีฟองระดับลักชัวรีที่ทอจากเส้นใยไหมแท้ทั้งหมด ผิวเงาวาวเป็นธรรมชาติ สัมผัสนุ่มลื่นที่สุด เย็นเมื่อสัมผัสผิว ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ทิ้งตัวสวยและพลิ้วไหวเป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับชุดราตรีระดับไฮเอนด์ ชุดเจ้าสาวคูตูร์ และสไบไหมแบบดั้งเดิม การดูแลต้อง Dry Clean หรือซักมือเท่านั้น
Polyester Chiffon (ชีฟองโพลีเอสเตอร์)
ทอจากเส้นใยสังเคราะห์ เป็นชีฟองที่นิยมที่สุดในตลาดไทย สีไม่ตก ดูแลง่าย ทนยับ แต่ระบายอากาศไม่ดีเท่าชีฟองไหม ใช้พิมพ์ลายและย้อมสีได้สดใส เหมาะกับเดรส กระโปรง ชุดราตรีระดับกลาง และเสื้อแฟชั่น
Rayon Chiffon (ชีฟองเรยอน)
ทำจากเส้นใยเซลลูโลสที่ผลิตจากพืช ให้ผิวสัมผัสและความเงาวาวใกล้เคียงไหม นิยมใช้ทดแทนชีฟองไหมในชุดออกงานและเดรสคุณภาพปานกลางถึงสูง การดูแลต้องซักแห้งหรือซักมือเพราะเรยอนหดง่ายเมื่อโดนน้ำร้อน
Nylon Chiffon (ชีฟองไนลอน)
ทอจากเส้นใยไนลอน ทนการเสียดสีได้ดีและยืดได้เล็กน้อย ผิวเงาวาวกว่าชีฟองโพลี เหมาะกับชุดที่ต้องการความทนทาน เช่น ชุดออกกำลังกายบางและเสื้อแจ็คเก็ตชีฟอง
Cotton Chiffon (ชีฟองฝ้าย)
ทำจากเส้นใยฝ้าย ดูดซับเหงื่อและระบายอากาศได้ดีที่สุดในตระกูลชีฟอง ผิวสัมผัสนุ่มและไม่ระคายเคืองผิว เหมาะกับเสื้อใส่ในอากาศร้อนชื้นและเสื้อผ้าเด็ก น้ำหนักหนักกว่าชีฟองแบบอื่นเล็กน้อย
คุณสมบัติเด่นของผ้าชีฟอง ที่นิยมในเสื้อผ้าแฟชั่น
ผ้าชีฟองเป็นวัสดุยอดนิยมในเสื้อผ้าแฟชั่นเพราะมีคุณสมบัติเด่นเฉพาะตัวที่ผ้าชนิดอื่นเลียนแบบยาก
เนื้อบางเบา โปร่งแสง
พลิ้วไหวเมื่อสวมใส่ เป็นจุดเด่นที่สุดของชีฟอง น้ำหนักผ้าเพียง 30-50 GSM (กรัมต่อตารางเมตร) ทำให้เคลื่อนไหวพลิ้วและมีจังหวะการไหวสวยงาม ความโปร่งแสงทำให้นิยมใช้เป็นชั้นนอกของชุดราตรีและชุดเจ้าสาว สร้างมิติให้ชุดดูหรูหรา
ทิ้งตัวสวย ให้ลุคหรูหราและสง่างาม
ชีฟองทิ้งตัวเป็นเส้นโค้งนุ่ม ๆ ไม่ติดผิวและไม่แข็งกระด้าง ทำให้เสื้อผ้าจากชีฟองดูพรีเมียมและสุภาพ เหมาะกับชุดทางการและชุดออกงาน
ระบายอากาศได้ดี
เหมาะกับสภาพอากาศร้อน เพราะการทอด้วย S-Z Twist สร้างรูระบายอากาศตามธรรมชาติของโครงสร้างผ้า ทำให้ใส่ในอากาศร้อนชื้นแบบไทยสบาย โดยเฉพาะชีฟองไหมและชีฟองฝ้ายที่เย็นและระบายอากาศดีที่สุด
ย้อมสีและพิมพ์ลายได้สดใส
ชีฟองทุกประเภท เนื้อผ้ารับสีย้อมและการพิมพ์ได้ดี ให้สีสันสดใสและคงทน นิยมพิมพ์ลายดอกไม้ ลายผีเสื้อ ลายเรขาคณิต และลายแฟชั่นที่ละเอียด
ทำให้ชุดดูพลิ้ว
ผ้าชีฟองจะเคลื่อนตัวได้พลิ้ว สร้างจังหวะการเคลื่อนไหวที่สวยงาม เป็นสาเหตุที่ชีฟองยังคงเป็นวัสดุยอดนิยมในชุดราตรีและชุดเดรสแฟชั่นมาหลายทศวรรษ
ข้อจำกัดของผ้าชีฟองที่ต้องระวัง ได้แก่ เย็บยากเพราะผิวลื่น ตะเข็บเลื่อนได้ระหว่างเย็บ ช่างตัดเสื้อต้องใช้เข็มเบอร์เล็ก ด้ายโพลีเบอร์ 50 และเทคนิค French Seam หรือ Bound Seam เพื่อกันริมรุ่ย ฉีกขาดง่ายเพราะเนื้อบางและเปราะ
การเสียดสีกับของแหลมหรือเครื่องประดับอาจทำให้เป็นรู รุ่ยริมขอบเมื่อตัด ต้องใช้เทคนิคการเย็บแบบพิเศษ ระบายอากาศแย่ลงในชีฟองโพลีเอสเตอร์ที่ไม่มีรูพรุนตามธรรมชาติเหมือนชีฟองไหม ยับง่ายสำหรับชีฟองไหมและเรยอน ต้องรีดเก็บทันทีหลังซัก ส่วนชีฟองโพลีเอสเตอร์ยับยากและคืนตัวเร็ว

ประเภทของผ้าชีฟอง
นอกจากการแบ่งตามเส้นใย ผ้าชีฟองยังแบ่งย่อยตามลายทอและเทคนิคการตกแต่งพื้นผิว แต่ละแบบให้คุณสมบัติและลุคที่ต่างกัน
Crepe Chiffon
เป็นชีฟองที่ผิวมีลายเครปย่นเล็กน้อย เกิดจากการใช้เส้นด้ายบิดเกลียวแน่นมากกว่าชีฟองทั่วไป ผิวสัมผัสขรุขระเล็ก ๆ ดูเป็นมิติและสวยงาม นิยมในเดรสแฟชั่นและกระโปรงพลิ้ว
Satin Chiffon
เป็นชีฟองที่ทอด้วยเทคนิค Satin Weave ที่ผิวด้านหนึ่งเงาวาวคล้ายซาติน ด้านหนึ่งด้านเหมือนชีฟองธรรมดา ใช้ได้สองด้าน เหมาะกับชุดราตรีและเสื้อบลาวส์ที่ต้องการลุคหรูหรา
Jacquard Chiffon
เป็นชีฟองที่ทอลายในเนื้อผ้า ไม่ใช่การพิมพ์ทับ ลายจึงคงทนและไม่หลุด ลายที่นิยม ได้แก่ ลายดอก ลายเรขาคณิต และลายโบราณ เหมาะกับชุดออกงานและชุดเจ้าสาว
Double Faced Chiffon
หรือชีฟอง 2 หน้า เป็นชีฟองที่มีสองสีหรือสองลายในผืนเดียว ด้านหน้าและด้านหลังต่างกัน ทำให้ตัดเสื้อผ้าได้สองด้านโดยไม่ต้องเย็บซับ เพิ่มมิติให้ดีไซน์
Chameleon Chiffon
หรือกิ้งก่าชีฟอง เป็นชีฟองที่เปลี่ยนสีตามมุมมองและแสง ใช้เส้นด้ายสองสีทอสลับกัน เกิดเอฟเฟกต์สีที่เปลี่ยนแปลงเมื่อเคลื่อนไหว นิยมในชุดราตรีและเดรสที่ต้องการความโดดเด่น
Ombre Chiffon
เป็นชีฟองไล่สี เนื้อผ้าค่อย ๆ ไล่จากสีหนึ่งไปสีหนึ่ง เช่น ฟ้าไปขาว แดงไปชมพู เหมาะกับเดรสยาวและกระโปรง Maxi ที่เน้นการไล่สีตามความยาวของชุด
Printed Chiffon
เป็นชีฟองที่ผ่านการพิมพ์ลาย ใช้เทคนิค Digital Print หรือ Screen Print ลายที่นิยม ได้แก่ ลายดอกไม้ ลายผีเสื้อ ลายเปอร์เซีย และลายแฟชั่นตามเทรนด์ เหมาะกับเดรสและเสื้อบลาวส์แฟชั่น
เปรียบเทียบ ผ้าชีฟอง vs ผ้าโปร่ง
ผ้าจอร์เจ็ท (Georgette) เป็นผ้าโปร่งบางที่ทอด้วยเทคนิค S-Z Twist เหมือนชีฟอง แต่ใช้เส้นด้ายหนากว่าและบิดเกลียวแน่นกว่า ทำให้พื้นผิวขรุขระมากกว่า ทึบกว่าเล็กน้อย น้ำหนักหนักกว่า ทิ้งตัวเหมือนชีฟองแต่ดูเป็นมิติมากกว่า เหมาะกับเดรสและกระโปรงที่ต้องการลุคเป็นมิติ
Organza เป็นผ้าโปร่งที่แข็งและคงทรงมากกว่าชีฟอง ทอด้วยเส้นด้ายแน่นและบิดเกลียวพิเศษ ผิวเรียบและแข็ง ไม่พลิ้ว ใช้ทำชุดเจ้าสาวที่ต้องการทรงพอง กระโปรงระบาย และระบายชั้นนอก
Tulle เป็นผ้าตาข่ายแบบถัก ไม่ใช่การทอ มีรูใหญ่ที่เห็นชัด แข็งและคงรูป ใช้ทำกระโปรงระบาย ชุดเจ้าสาวพอง ๆ และเลกกิ้งแฟชั่น ต่างจากชีฟองที่ทอด้วยเส้นด้ายแน่นและมีรูระบายเล็กมาก
ผ้าไหม (Silk) ไม่ใช่ชื่อชนิดของการทอ แต่เป็นชื่อของเส้นใย ผ้าไหมที่ทอด้วยเทคนิคชีฟองจะเรียกว่า Silk Chiffon ส่วนผ้าไหมทั่วไปที่ใช้ตัดเสื้อจะทอเป็น Plain Weave หรือ Satin Weave ที่หนากว่าและไม่โปร่งบางเหมือนชีฟอง
ผ้าซาติน (Satin) เป็นวิธีทอที่ทำให้ผิวเงาวาว ใช้เส้นใยได้หลายชนิด ทำให้เนื้อผ้าหนาและทึบกว่าชีฟอง ผิวเงาวาวมากกว่า ใช้ตัดชุดราตรีและชุดเจ้าสาวที่ต้องการความเงา ส่วนชีฟองโปร่งและพลิ้วมากกว่า
| เนื้อผ้า | Chiffon | Georgette | Organza | Tulle |
| ความโปร่ง | โปร่งมาก | โปร่งปานกลาง | โปร่งและแข็ง | ตาข่ายโปร่ง |
| ผิวสัมผัส | เรียบ-ขรุขระเล็ก | ขรุขระเป็นมิติ | เรียบและแข็ง | ตาข่ายหยาบ |
| น้ำหนัก | 30-50 GSM | 50-80 GSM | 40-80 GSM | 20-60 GSM |
| การทิ้งตัว | พลิ้วมาก | พลิ้วเป็นมิติ | คงทรงไม่พลิ้ว | คงทรงพอง |
| เสื้อผ้า | เดรส ราตรี เจ้าสาว | เดรส กระโปรง | ชุดเจ้าสาวพอง | กระโปรงระบาย |
ผ้าชีฟองใช้ตัดเย็บเสื้อผ้าประเภทไหน
ผ้าชีฟองเป็นเนื้อผ้าที่นิยมในเสื้อผ้าหลายประเภท ขึ้นอยู่กับชนิดและน้ำหนักของชีฟอง
ชุดราตรีและชุดออกงาน
ชุดราตรียาว (Evening Gown) และชุดราตรีสั้น (Cocktail Dress) เป็นการใช้งานที่ตรงใจที่สุดของชีฟอง การใช้ชั้นซ้อนของชีฟอง (Layered Chiffon) สร้างมิติให้ชุดดูพลิ้วและหรูหรา
ชุดเจ้าสาวและชุดเพื่อนเจ้าสาว
ชุดเจ้าสาวจากชีฟองให้ลุคโรแมนติกและเบาสบาย เหมาะกับงานแต่งช่วงเช้าและกลางวัน หรืองานแต่งที่จัดในสวนและริมทะเล ชีฟองไหมและ Jacquard Chiffon เป็นทางเลือกระดับพรีเมียม ชุดเพื่อนเจ้าสาวจากชีฟองสีพาสเทลและสีเอิร์ธโทนเป็นที่นิยมเพราะให้ลุคพร้อมเพรียงและพลิ้วสวย
เดรสและกระโปรงพลิ้วไหว
เดรสชีฟองทรง A-line, Maxi และ Mini เป็นเทรนด์ที่ไม่ตกยุค เหมาะกับใส่ในงานเลี้ยง ทริปวันหยุด หรือการถ่ายภาพ กระโปรงชีฟองทรง Midi และ Long ที่พลิ้วและเคลื่อนไหวสวยใส่ได้ทั้งงานทำงานและงานออกเที่ยว
เสื้อเชิ้ตและเสื้อบลาวส์
เสื้อเชิ้ตชีฟองและเสื้อบลาวส์เป็นเสื้อผ้าทำงานที่ให้ลุคพรีเมียมและสุภาพ ใส่กับกางเกงเข้ารูปหรือกระโปรงทรงสุภาพ ชีฟองโพลีพิมพ์ลายเป็นตัวเลือกในงบประหยัด ส่วนชีฟองไหมและเรยอนเหมาะกับลุคพรีเมียม
ชุดไทยและสไบ
ชุดไทยสมัยใหม่ใช้ชีฟองทดแทนผ้าไหมบางส่วน โดยเฉพาะส่วนสไบและผ้าคลุมไหล่ที่ต้องการความพลิ้วและน้ำหนักเบา สไบชีฟองพิมพ์ลายไทยเป็นที่นิยมในงานแต่งแบบไทยและงานวัฒนธรรม
ผ้าพันคอและผ้าคลุมไหล่
ผ้าพันคอชีฟองเป็นแอคเซสซอรี่แฟชั่นยอดนิยม ลายดอกและลายกราฟิกหลากหลาย เหมาะกับผูกคอ คลุมไหล่ หรือผูกเป็นเข็มขัด
ชุดส่าหรีและ Dupatta สไตล์อินเดีย
ผ้าชีฟองเป็นวัสดุหลักของชุดส่าหรีอินเดียและ Dupatta (ผ้าคลุมไหล่ยาว) เพราะพลิ้วและเบา ใช้พิมพ์ลายอินเดียและงานปักได้ดี

วิธีดูแลเสื้อผ้าชีฟอง วิธีการซักและการรีด
การดูแลเสื้อผ้าชีฟองต้องระวังเป็นพิเศษเพราะเป็นผ้าละเอียดที่ไวต่อความร้อน การเสียดสี และสารเคมีรุนแรง
ชีฟองโพลีเอสเตอร์ ซักเครื่องได้ในโหมดถนอมผ้า ใส่ในถุงตาข่ายเพื่อป้องกันการเกี่ยวกับเสื้อผ้าอื่นและการเสียทรง ใช้น้ำเย็นไม่เกิน 30°C และน้ำยาซักผ้าอ่อน ๆ ไม่ใช้น้ำยาฟอกขาวเพราะจะทำลายสีและเส้นใย การปั่นแห้งให้เลือกความเร็วต่ำหรือไม่ปั่นเลยเพื่อป้องกันการขาด
ชีฟองไหมและเรยอนต้อง Dry Clean หรือซักมือเท่านั้น ห้ามซักเครื่อง การซักมือใช้น้ำเย็นและน้ำยาซักผ้าสำหรับผ้าละเอียด แช่ไม่เกิน 5 นาที กดเบามาก ๆ ไม่ขยี้แรง ไม่บิดเพราะจะทำให้ผ้าเสียทรงและฉีกขาด ล้างจนน้ำใส วางบนผ้าขนหนูแล้วม้วนซับน้ำออก แล้วแขวนตากในที่ร่ม
การตากให้แขวนในที่ร่มลมโกรก ไม่ตากแดดจัดเพราะแสงยูวีทำให้สีซีดและเส้นใยเสื่อม โดยเฉพาะชีฟองไหมที่ไวต่อแสง ไม่ใส่ในเครื่องอบแห้งเด็ดขาดเพราะความร้อนจะทำลายผ้า
การรีดผ้าชีฟองต้องใช้อุณหภูมิต่ำสุด สำหรับชีฟองโพลี 100-120°C สำหรับชีฟองไหมและเรยอนต่ำกว่า 100°C รีดด้านในของผ้าหรือวางผ้าฝ้ายแผ่นบางคั่นระหว่างเตารีดกับชีฟอง ห้ามใช้น้ำกดเตารีดลงผ้าโดยตรงเพราะจะเป็นรอย วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือใช้เครื่องอบไอน้ำ (Steamer) แขวนเสื้อและพ่นไอน้ำให้รอยยับคลายเอง ไม่มีการสัมผัสโดยตรง
การเก็บเสื้อผ้าชีฟองให้แขวนในตู้เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ ใช้ไม้แขวนไหล่กว้างเพื่อกระจายน้ำหนักผ้า ไม่ใช้ไม้แขวนมีตะขอแหลม ไม่พับเก็บเป็นเวลานานเพราะรอยพับจะเป็นรอยถาวร ไม่เก็บใกล้ของแหลม กระเป๋ามีตะขอ หรือเสื้อที่มีซิปแข็งที่อาจขูดและเกี่ยวให้ผ้าฉีกขาด หากต้องเก็บนาน ๆ ใส่ในถุงผ้าฝ้ายเพื่อกันฝุ่นและไม่เก็บในถุงพลาสติกที่อาจอับชื้น
หลีกเลี่ยงน้ำยาฟอกขาว สารเคมีรุนแรง น้ำหอม สเปรย์ฉีดผม และสารทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัด เพราะจะทำให้สีและเส้นใยชีฟองเสื่อมเร็ว หากเปื้อนสารเหล่านี้ให้ซักทันทีด้วยน้ำเย็นเพื่อลดความเสียหาย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ้าชีฟอง
เนื้อผ้าชีฟองเป็นอย่างไร
เนื้อผ้าชีฟองบางและเบามาก ผิวสัมผัสเรียบลื่น พลิ้วไหว และโปร่งแสง พื้นผิวมีลักษณะคล้ายตาข่ายเล็ก ๆ ทิ้งตัวสวยเป็นเส้นโค้งนุ่ม ไม่ติดผิวและไม่แข็งกระด้าง สัมผัสเย็นเมื่อสวมใส่
ผ้าชีฟองมีกี่ประเภท
แบ่งตามเส้นใยได้ 5 ประเภท ได้แก่ Silk Chiffon (ไหม) Polyester Chiffon (โพลี) Rayon Chiffon (เรยอน) Nylon Chiffon (ไนลอน) และ Cotton Chiffon (ฝ้าย)
ข้อเสียของผ้าชีฟองคืออะไร
เย็บยากเพราะผิวลื่นและตะเข็บเลื่อน ฉีกขาดง่ายเพราะเนื้อบางและเปราะ การเสียดสีกับของแหลมหรือเครื่องประดับอาจทำให้เป็นรูได้ง่าย
ผ้าชีฟองยับง่ายมั้ย
ชีฟองโพลีเอสเตอร์ยับยากและคืนตัวเร็ว ไม่ต้องรีดบ่อย ส่วนชีฟองไหมและเรยอนยับง่ายกว่ามาก รอยยับในชีฟองไหมอาจคลายเองเมื่อแขวนเป็นเวลานาน
ผ้าชีฟองใส่แล้วร้อนไหม
ใส่ได้ดีในอากาศร้อนชื้นแบบไทย เพราะบางเบาและระบายอากาศได้ดีจากโครงสร้างการทอด้วย S-Z Twist ที่สร้างรูระบายอากาศตามธรรมชาติ ระบายอากาศได้ดี
ผ้าชีฟองต้องรีดบ่อยหรือไม่
ชีฟองโพลีเอสเตอร์ยับยาก ไม่จำเป็นต้องรีดบ่อย แค่แขวนไว้รอยยับจะคลายเอง
ผ้าชีฟองซักได้ไหม
ซักได้ ชีฟองโพลีเอสเตอร์ซักเครื่องได้ในโหมดถนอมผ้า ใส่ในถุงตาข่าย น้ำเย็นไม่เกิน 30°C น้ำยาซักผ้าอ่อน ไม่ใช้น้ำยาฟอกขาว ส่วนชีฟองไหมและเรยอนต้อง Dry Clean หรือซักมือเท่านั้น ห้ามซักเครื่อง การซักมือใช้น้ำเย็น กดเบามาก ๆ ไม่ขยี้ ไม่บิด ตากในที่ร่มไม่ตากแดดจัด
บทความที่เกี่ยวข้อง
Sustainable Fabric คืออะไร รวม 13 ผ้ายั่งยืนสำหรับแบรนด์เสื้อผ้า
Sustainable Fabric คือผ้าที่ผลิตด้วยกระบวนการคำนึงถึงผลกระทบ 3 ด้าน คือสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ตลอดวงจรชีวิตของผ้า
รู้จักกับผ้า Eco Friendly 12 ชนิด สำหรับแบรนด์เสื้อผ้า
ผ้า Eco Friendly คือผ้าที่ผลิตด้วยกระบวนการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การปลูกหรือผลิตวัตถุดิบ การทอ การย
ผ้ามัสลิน (Muslin) คืออะไร เนื้อผ้ามีคุณสมบัติตัดชุดแบบไหน
ผ้ามัสลิน (Muslin) คือผ้าฝ้ายเนื้อบางที่ทอแบบ Plain Weave ด้วยเส้นด้ายฝ้ายละเอียด ทำให้ผ้ามีลักษณะบางเบา โปร่ง พลิ้วไหว