ผ้าเรยอน (Rayon) คือเนื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยกึ่งสังเคราะห์ ได้จากการนำเซลลูโลสในไม้และพืชเส้นใยมาผ่านกระบวนการเคมีให้กลายเป็นเส้นใยใหม่ ผ้าเรยอนถูกเรียกว่า “ไหมเทียม” (Artificial Silk) เพราะให้ความเงาวาวและสัมผัสนุ่มลื่นใกล้เคียงผ้าไหมในราคาที่ถูกกว่ามาก
เรยอนเป็นเนื้อผ้าที่นิยมในการตัดชุดเดรส กระโปรง เสื้อแขนยาว เสื้อยืด ชุดนอน และชุดลำลอง เพราะเย็นสบาย ระบายอากาศดี และดูดซับเหงื่อได้ดีกว่าผ้าฝ้าย ราคาผ้าเรยอน 100% อยู่ที่ 80-200 บาทต่อเมตร ส่วนเรยอนผสมโพลีเอสเตอร์ (TR) ราคา 60-150 บาทต่อเมตร บทความนี้รวมความรู้พื้นฐาน ประเภท คุณสมบัติ การเปรียบเทียบกับผ้าชนิดอื่น และวิธีดูแลเสื้อผ้าเรยอนให้ไม่หดตัว

คุณสมบัติเด่นของผ้าเรยอน
ผ้าเรยอนมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ทำให้เป็นเนื้อผ้ายอดนิยมในเสื้อผ้าหลายประเภท
สวมใส่เย็นสบาย
เนื้อผ้าบางเบา ทิ้งตัวสวย ระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม ให้ความรู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสผิว เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเสื้อผ้าใส่ในหน้าร้อน
นุ่มและเรียบเนียน
ผิวสัมผัสนุ่มลื่นและเงาวาวคล้ายผ้าไหม ไม่ระคายเคืองผิว เหมาะกับเสื้อผ้าที่สัมผัสผิวโดยตรง เช่น ชุดชั้นใน ชุดนอน และเสื้อยืด
ดูดซับความชื้นได้ดีกว่าผ้าฝ้าย
เรยอนเป็นเส้นใยที่มาจากเซลลูโลสในพืช จึงดูดซับน้ำได้สูง ในการทดสอบทางวิทยาศาสตร์เรยอนดูดซับความชื้นได้ดีกว่าผ้าฝ้ายเล็กน้อย ทำให้เสื้อผ้าจากเรยอนเหมาะกับการใส่ในวันที่เหงื่อออกมาก
ย้อมสีง่ายและให้สีสดใส
เซลลูโลสในเรยอนรับสีย้อมได้ดี เสื้อผ้าจากเรยอนจึงมีสีที่หลากหลายและสดใสกว่าเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ทั่วไป สียังคงความเงางามแม้ผ่านการซักหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผ้าเรยอนมีข้อจำกัดที่ต้องระวัง ยับง่ายและรอยยับลึก ต้องรีดบ่อย หดตัวและอ่อนแอเมื่อเปียก เนื้อผ้าอาจสูญเสียรูปทรงหรือหดได้ 3-10% เมื่อโดนน้ำ ความแข็งแรงลดลงเมื่อเปียก จึงต้องซักอย่างเบามือ ดูแลรักษายากกว่าผ้าทั่วไป ควรหลีกเลี่ยงการอบแห้งด้วยความร้อนสูงและใส่ถุงถนอมผ้าเสมอเมื่อซักเครื่อง สีอาจตกในการซักครั้งแรก โดยเฉพาะสีเข้ม และติดไฟง่ายกว่าผ้าฝ้ายเพราะโครงสร้างเซลลูโลสบริสุทธิ์
ผ้าเรยอนทำมาจากอะไร
ผ้าเรยอนเป็นเส้นใยกึ่งสังเคราะห์ ไม่ใช่เส้นใยธรรมชาติทั้งหมดและไม่ใช่ใยสังเคราะห์ล้วน อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า Regenerated Cellulose Fiber หรือเส้นใยเซลลูโลสที่นำมาแปรรูปใหม่
วัตถุดิบหลักคือเซลลูโลสจากธรรมชาติ มาจากเยื่อไม้ของต้นไม้ที่โตเร็ว เช่น ยูคาลิปตัส ไม้บีช ไม้สน ไผ่ และพืชเส้นใยอื่น ๆ ไม้เหล่านี้ถูกบดและสกัดเอาเซลลูโลสบริสุทธิ์ออกมาในรูปของแผ่นเยื่อ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูป
กระบวนการผลิตที่นิยมที่สุดคือ Viscose Process แผ่นเยื่อเซลลูโลสจะถูกแช่ในสารโซเดียมไฮดรอกไซด์เพื่อให้กลายเป็น Alkali Cellulose จากนั้นเติม Carbon Disulfide ทำให้กลายเป็นของเหลวข้นเหนียวสีน้ำตาลเรียกว่า Viscose Solution ของเหลวนี้ถูกฉีดผ่านหัวฉีด Spinneret ลงในอ่างกรดซัลฟิวริก เส้นใยจะแข็งตัวกลายเป็นเส้นเรยอนยาว ก่อนนำไปทอเป็นผ้า
กระบวนการ Lyocell เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่า ใช้สารตัวทำละลายอินทรีย์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้กว่า 99% แทนสารเคมีรุนแรง เส้นใยที่ได้เรียกว่า Lyocell ส่วนชื่อทางการค้าที่นิยมคือ Tencel ของบริษัท Lenzing เนื้อผ้า Lyocell แข็งแรงและทนทานกว่าเรยอนวิสโคสทั่วไป
ประเภทของผ้าเรยอนที่นิยมในเสื้อผ้า
เรยอนแบ่งย่อยตามกระบวนการผลิตและแหล่งที่มาของเซลลูโลส แต่ละชนิดเหมาะกับเสื้อผ้าคนละแบบ
Viscose Rayon (เรยอนวิสโคส)
ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในตลาด ผลิตด้วยกระบวนการ Viscose ทำจากเยื่อไม้ทั่วไป ผิวสัมผัสนุ่มและเงาวาว เหมาะกับชุดเดรส กระโปรง เสื้อแขนยาว ชุดลำลอง และชุดนอน ราคา 80-180 บาทต่อเมตร เป็นเรยอนพื้นฐานที่นักออกแบบและช่างตัดเสื้อนิยมใช้ ในตลาดผ้าไทย คำว่า “ผ้าเรยอน” และ “ผ้าวิสโคส” มักหมายถึงสิ่งเดียวกัน
Modal (โมดอล)
เรยอนที่ผลิตจากเยื่อไม้บีช ผ่านกระบวนการพิเศษที่ทำให้เส้นใยแข็งแรงและทนต่อการซักได้ดีกว่าเรยอนวิสโคส ผิวสัมผัสนุ่มเหมือนเรยอนทั่วไปแต่ทนทานกว่าและไม่หดง่าย เหมาะกับเสื้อยืด ชุดชั้นใน ชุดนอน และชุดออกกำลังกายเบา ๆ ราคา 150-300 บาทต่อเมตร นิยมในแบรนด์เสื้อผ้าระดับกลางถึงพรีเมียม
Tencel / Lyocell
ผลิตจากเยื่อไม้ยูคาลิปตัสด้วยกระบวนการ Lyocell ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Tencel เป็นชื่อทางการค้าของ Lyocell จากบริษัท Lenzing เนื้อผ้านุ่มกว่าเรยอนวิสโคส ทนทานกว่า ระบายอากาศดีกว่า และยับน้อยกว่า เหมาะกับเสื้อผ้าระดับพรีเมียม ชุดเดรส เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด และชุดธุรกิจ ราคา 200-450 บาทต่อเมตร แพงกว่าเรยอนทั่วไป 1.5-2 เท่า
HWM Rayon (High Wet Modulus)
เรยอนที่พัฒนาให้ทนทานเมื่อเปียก เพื่อแก้ข้อจำกัดของเรยอนทั่วไปที่อ่อนตัวระหว่างซัก เหมาะกับเสื้อผ้าที่ต้องซักบ่อย เช่น เสื้อยืด เสื้อเชิ้ตทำงาน และชุดนักเรียน
Bamboo Rayon
เรยอนที่ผลิตจากเซลลูโลสในต้นไผ่ มีคุณสมบัติคล้ายเรยอนวิสโคสทั่วไปแต่มีจุดขายเรื่องความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะไผ่โตเร็วและใช้น้ำน้อย เหมาะกับเสื้อผ้าใส่สบาย ชุดโยคะ ชุดออกกำลังกาย และชุดนอน ราคา 150-300 บาทต่อเมตร
Cuprammonium Rayon (Bemberg)
เรยอนเส้นใยละเอียดพิเศษ บางและเงาวาวกว่าเรยอนทั่วไป นิยมใช้เป็นผ้าซับในเสื้อสูทและชุดทางการระดับพรีเมียม ราคาสูงกว่าเรยอนทั่วไป 2-3 เท่า ในตลาดไทยพบน้อย ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากญี่ปุ่น

ผ้าเรยอนสปัน คืออะไร
ผ้าเรยอนสปัน (Rayon Spun) คือเนื้อผ้าผ่านกระบวนการตัดเส้นใยให้สั้น (Staple Fiber) แล้วนำมาปั่นเป็นเส้นด้ายใหม่ ต่างจากเรยอนแบบ Filament ที่เป็นเส้นใยยาวต่อเนื่อง การปั่นเป็นด้ายสั้นทำให้เนื้อผ้าดูคล้ายผ้าฝ้ายธรรมชาติมากขึ้น ผิวสัมผัสนุ่มและอุ่น ไม่เงาวาวเหมือนเรยอนทั่วไป
เรยอนสปันนิยมใช้ตัดเย็บเสื้อยืด เสื้อแขนสั้น เสื้อกล้าม ชุดอยู่บ้าน ชุดนอน และเสื้อผ้าเด็ก เพราะใส่สบาย ระบายอากาศดี ดูดซับเหงื่อ และให้ความรู้สึกใกล้เคียงผ้าฝ้ายในราคาที่ถูกกว่า ราคาในตลาด 70-150 บาทต่อเมตร
ในตลาดเสื้อผ้าไทย เสื้อยืดเรยอนสปันเป็นที่นิยมในแบรนด์เสื้อผ้าใส่สบาย เพราะใส่แล้วเย็น ไม่ร้อน ไม่ระคายเคืองผิว และซักง่ายกว่าเรยอนวิสโคสทั่วไป
ผ้าเรยอนผสมเส้นใยอื่น
เรยอนนิยมผสมกับเส้นใยอื่นเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้เหมาะกับเสื้อผ้าแต่ละแบบ
ผ้าเรยอนผสมโพลีเอสเตอร์
เป็นเนื้อผ้าที่พบบ่อยในเสื้อเชิ้ตทำงาน ชุดยูนิฟอร์ม และชุดออฟฟิศ อัตราส่วนที่นิยมคือเรยอน 65% และโพลีเอสเตอร์ 35% หรือสลับสัดส่วน เรยอนให้ความนุ่มและระบายอากาศ ส่วนโพลีเอสเตอร์เพิ่มความทนยับและรักษารูปทรง ราคา 60-150 บาทต่อเมตร
ผ้าเรยอนผสมคอตตอน
(Rayon Cotton) ผสมเรยอน 50-70% และคอตตอน 30-50% ให้เนื้อผ้าที่นุ่มและมีคุณสมบัติของผ้าธรรมชาติทั้งสอง เหมาะกับเสื้อยืด ชุดนอน และเสื้อผ้าใส่ในชีวิตประจำวัน
ผ้าเรยอนผสมสแปนเด็กซ์ (Rayon Spandex)
ผสมเรยอน 90-95% และสแปนเด็กซ์ 5-10% เพิ่มความยืดหยุ่นและคืนทรง เหมาะกับเดรสรัดรูป เลกกิ้ง และเสื้อผ้าที่ต้องเข้ารูป ราคา 150-300 บาทต่อเมตร ผู้ที่ต้องการเสื้อผ้าจากเรยอนที่ยืดได้ควรเลือกชนิดที่ผสมสแปนเด็กซ์ เพราะเรยอน 100% ไม่ยืดและจะเสียทรงเมื่อดึงแรง
เปรียบเทียบผ้าเรยอน vs คอตตอน vs ไหม vs โพลีเอสเตอร์
ทั้งสี่ชนิดเป็นเนื้อผ้าที่พบบ่อยในเสื้อผ้า แต่ละชนิดมีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกัน
| ประเภท | เรยอน (Rayon) | คอตตอน (Cotton) | ไหม (Silk) | โพลีเอสเตอร์ (Polyester) |
| ที่มา | กึ่งสังเคราะห์จากเซลลูโลส | ธรรมชาติจากฝ้าย | ธรรมชาติจากตัวไหม | สังเคราะห์จากปิโตรเลียม |
| ความเงา | สูง คล้ายไหม | ต่ำ | สูงสุด | ปานกลาง |
| ความนุ่ม | นุ่มลื่น | นุ่ม | นุ่มที่สุด | ต่ำ-ปานกลาง |
| ระบายอากาศ | สูง | สูงสุด | สูง | ต่ำ-ปานกลาง |
| ดูดซับเหงื่อ | สูง (ดีกว่าคอตตอนเล็กน้อย) | สูง | สูง | ต่ำ |
| ทิ้งตัว | สวย พลิ้ว | ปานกลาง | สวยที่สุด | ปานกลาง |
| ทนซัก | ต่ำ (อ่อนเมื่อเปียก) | สูง | ต่ำ | สูงมาก |
| ยับง่าย | ยับมาก | ยับ | ยับ | ไม่ยับ |
| ชุด | เดรส ชุดนอน เสื้อยืด | เสื้อใส่ประจำวัน | ชุดราตรี ชุดพิเศษ | ชุดออฟฟิศ ชุดทำงาน |
เรยอนมีจุดเด่นคือให้ลุคของไหมในราคากลาง ระบายอากาศดี เย็นสบาย และดูดซับเหงื่อได้ดีกว่าผ้าฝ้ายเล็กน้อย แต่ยับง่ายและไม่ทนซัก คอตตอนระบายอากาศและทนซักดีที่สุด เหมาะกับเสื้อใส่ประจำวัน ไหมหรูหราที่สุดแต่ราคาสูงและดูแลยาก โพลีเอสเตอร์ทนทาน ไม่ยับ ราคาถูก แต่ระบายอากาศต่ำและไม่ดูดซับเหงื่อ
ผ้าเรยอนใช้ตัดเย็บเสื้อผ้าประเภทไหน
เรยอนเป็นเนื้อผ้าที่นิยมในเสื้อผ้าหลายประเภท ขึ้นอยู่กับชนิดของเรยอนและการผสมกับเส้นใยอื่น
-
ชุดเดรสและกระโปรง
ชุดเดรสยาว เดรสค็อกเทล กระโปรงทรงปล่อย และกระโปรงพลีท เหมาะกับเรยอนวิสโคสที่ทิ้งตัวสวยและพลิ้วไหว สีสันสดใสจากการรับสีย้อมที่ดี ราคาเข้าถึงได้ในตลาดเสื้อผ้าผู้หญิงทั่วไป
-
เสื้อยืดและเสื้อแขนสั้น
เสื้อยืดเรยอนสปันและเรยอนผสมคอตตอนเป็นที่นิยมในเสื้อใส่สบาย เพราะนุ่ม ระบายอากาศ และเย็นเมื่อสัมผัสผิว เหมาะกับการใส่ในประเทศเขตร้อนอย่างไทย
-
ชุดนอนและชุดอยู่บ้าน
เรยอนเป็นเนื้อผ้ายอดนิยมในชุดนอนและชุดลำลอง เพราะนุ่มลื่น ดูดซับเหงื่อ และระบายอากาศได้ดี เรยอนวิสโคสและ Modal เป็นชนิดที่นิยมใช้ในตลาดนี้ ราคาในตลาดผ้าตัดเย็บอยู่ที่ 100-250 บาทต่อเมตร
-
เสื้อแขนยาวและเสื้อเชิ้ตทำงาน
เสื้อเชิ้ตทำงานจากผ้าเรยอนผสมโพลีเอสเตอร์ (TR) เป็นที่นิยมในชุดยูนิฟอร์มและชุดออฟฟิศ เพราะดูดี ทิ้งตัวสวย และทนยับกว่าเรยอน 100%
-
ผ้าซับในเสื้อสูทและชุดทางการ
เรยอนเส้นใยละเอียดอย่าง Cuprammonium Rayon (Bemberg) นิยมใช้เป็นซับในเสื้อสูทระดับพรีเมียม เพราะนุ่มลื่น ระบายอากาศดี และทำให้เสื้อสูทใส่สบาย
-
ชุดออกกำลังกายและเสื้อโยคะ
Modal และ Bamboo Rayon ใช้ในเสื้อโยคะ ชุดออกกำลังกายเบา ๆ และเสื้อกีฬาที่ต้องการความนุ่มและระบายเหงื่อ ราคาสูงกว่าเรยอนทั่วไปแต่ทนการซักได้ดีกว่า

วิธีดูแลเสื้อผ้าเรยอน ซัก รีด และเก็บรักษา
การดูแลเสื้อผ้าเรยอน ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะเส้นใยอ่อนตัวเมื่อเปียกและหดง่าย
เสื้อผ้าเรยอนซักได้ แต่แนะนำซักมือมากกว่าซักเครื่อง เพราะการปั่นแรงและน้ำร้อนอาจทำให้ผ้าหด ย้วย และเสียทรง การซักมือให้ใช้น้ำเย็น (ไม่เกิน 30°C) และน้ำยาซักผ้าอ่อน ๆ กดเบา ๆ ไม่ขยี้แรง ไม่บิดผ้า เพราะเส้นใยเรยอนอ่อนตัวเมื่อเปียกและอาจฉีกขาดได้
หากต้องการซักเครื่อง เลือกโหมดถนอมผ้า ใส่ในถุงถนอมผ้า ใช้น้ำเย็น และไม่ปั่นแห้งแรง สำหรับเสื้อผ้าเรยอนผสมโพลีเอสเตอร์ (TR) ทนซักได้ดีกว่าเรยอน 100% และซักเครื่องโหมดปกติได้
ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาวเด็ดขาด เพราะจะทำให้เส้นใยเซลลูโลสเสียและสีตก ใช้น้ำยาซักผ้าสำหรับผ้าละเอียดหรือผ้าฝ้ายทั่วไป สีย้อมเรยอนอาจตกในการซักครั้งแรก จึงควรซักแยกกับเสื้อผ้าสีอ่อนในรอบแรก ๆ
การตากให้แขวนหรือวางราบในที่ร่มลมโกรก ไม่ตากแดดจัดเพราะอาจทำให้สีซีดและเส้นใยเสื่อม หลีกเลี่ยงการอบแห้งในเครื่องอบเพราะความร้อนทำให้ผ้าหดได้ทันที
การรีดเรยอนใช้อุณหภูมิปานกลาง 140-150°C รีดขณะผ้าหมาดเล็กน้อยจะรีดง่ายและรอยยับคลายได้ดี หากต้องรีดเสื้อแห้งให้พ่นน้ำให้หมาดก่อน วางผ้าขาวบางทับถ้าผ้าบางมากเพื่อป้องกันรอย เรยอนเป็นเนื้อผ้าที่ยับง่ายและรอยยับลึก จึงต้องรีดบ่อยกว่าผ้าทั่วไป
การแก้ปัญหาผ้าเรยอนหด หากผ้าหดเล็กน้อย สามารถยืดกลับได้ด้วยการแช่ในน้ำอุ่นผสมน้ำยาปรับผ้านุ่ม 15-30 นาที แล้วยืดผ้าให้กลับรูปขณะยังเปียก วางราบให้แห้ง วิธีนี้ได้ผลกับการหดเล็กน้อย 2-5% ส่วนการหดมากกว่านี้อาจกลับคืนได้ยาก จึงควรซักครั้งแรกอย่างระวังเพื่อป้องกัน
การเก็บเสื้อผ้าเรยอนให้แขวนในตู้เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ ไม่เก็บในถุงพลาสติกเพราะเรยอนเป็นเซลลูโลสที่อาจขึ้นราในที่อับชื้น ใช้ไม้แขวนไหล่กว้างเพื่อรักษารูปทรงของเสื้อ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ้าเรยอน
ผ้าเรยอน คือผ้าอะไร
เนื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยกึ่งสังเคราะห์ ได้จากการนำเซลลูโลสในเยื่อไม้และพืชเส้นใยมาผ่านกระบวนการเคมีให้เป็นเส้นใยใหม่ ที่ถูกเรียกว่า “ไหมเทียม” (Artificial Silk) ให้ความเงาวาวและสัมผัสนุ่มลื่นใกล้เคียงผ้าไหมในราคาที่ถูกกว่า เนื้อผ้าบางเบา นุ่ม ระบายอากาศได้ดี
ข้อเสียของผ้าเรยอนคืออะไร
ยับง่ายและรอยยับลึก ต้องรีดบ่อย หดตัวและอ่อนแอเมื่อเปียก เนื้อผ้าอาจสูญเสียรูปทรงหรือหดได้ 3-10% เมื่อโดนน้ำ ความแข็งแรงลดลงเมื่อเปียก
Rayon กับ Cotton ต่างกันอย่างไร
เรยอนเป็นเส้นใยกึ่งสังเคราะห์จากเซลลูโลสในไม้ ส่วนคอตตอนเป็นเส้นใยธรรมชาติจากฝ้าย เรยอนมีความเงาวาวกว่า ทิ้งตัวสวยกว่า ดูดซับความชื้นได้ดีกว่าเล็กน้อย ส่วนคอตตอนทนซักได้ดีกว่ามาก ไม่หดง่าย ราคาประหยัด เหมาะกับเสื้อใส่ประจำวันและเสื้อยืด
ผ้าเรยอนยืดหรือไม่
ผ้าเรยอน ไม่ยืด เพราะเส้นใยเซลลูโลสไม่มีความยืดหยุ่นในตัวเอง การดึงแรงอาจทำให้เสื้อเสียทรง
ผ้าเรยอนรีดได้ไหม
รีดได้ ใช้อุณหภูมิปานกลาง 140-150°C รีดขณะผ้าหมาดเล็กน้อยจะรีดง่ายและรอยยับคลายได้ดี หากต้องรีดเสื้อแห้งให้พ่นน้ำให้หมาดก่อน เรยอนเป็นเนื้อผ้าที่ยับง่ายและรอยยับลึก จึงต้องรีดบ่อยกว่าผ้าทั่วไป
ผ้าเรยอนซักได้ไหม ซักอย่างไร
ซักได้ แนะนำซักมือมากกว่าซักเครื่อง ใช้น้ำเย็นไม่เกิน 30°C และน้ำยาซักผ้าอ่อน กดเบา ๆ ไม่ขยี้แรง ไม่บิดผ้าเพราะเส้นใยอ่อนเมื่อเปียก ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาว ตากในที่ร่มลมโกรก ไม่ตากแดดจัดและไม่อบในเครื่องอบเพราะจะทำให้ผ้าหด หากซักเครื่องให้ใช้โหมดถนอมผ้าและใส่ในถุงถนอมผ้า
บทความที่เกี่ยวข้อง
Sustainable Fabric คืออะไร รวม 13 ผ้ายั่งยืนสำหรับแบรนด์เสื้อผ้า
Sustainable Fabric คือผ้าที่ผลิตด้วยกระบวนการคำนึงถึงผลกระทบ 3 ด้าน คือสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ตลอดวงจรชีวิตของผ้า
รู้จักกับผ้า Eco Friendly 12 ชนิด สำหรับแบรนด์เสื้อผ้า
ผ้า Eco Friendly คือผ้าที่ผลิตด้วยกระบวนการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การปลูกหรือผลิตวัตถุดิบ การทอ การย
ผ้ามัสลิน (Muslin) คืออะไร เนื้อผ้ามีคุณสมบัติตัดชุดแบบไหน
ผ้ามัสลิน (Muslin) คือผ้าฝ้ายเนื้อบางที่ทอแบบ Plain Weave ด้วยเส้นด้ายฝ้ายละเอียด ทำให้ผ้ามีลักษณะบางเบา โปร่ง พลิ้วไหว